วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

31 วิธีแปลงโฉมโซนนอกบ้านให้บรรเจิด

ถ้าบ้านเริ่มน่าเบื่อ  KIITDOO เขารวม 31 วิธีแปลงโฉมโซนนอกบ้านให้บรรเจิด มาดูแล้วลงมือเลย
1.เริ่มจากล่างสุดก่อน ปิดคอนกรีตอันน่าเบื่อของคุณซะ

detalhesmagicos.com.br
detalhesmagicos.com.br

หากคุณชอบงานไม้ คุณสามารถปูพื้นไม้แบบนี้ได้ง่ายๆ โดยคุณสามารถหามาปูได้ตามใจชอบเลยตามร้านตกแต่งบ้านต่างๆ
2.หรือหากไม้ไม่ใช่แนวคุณ ลองเปลี่ยนผ้าปูโต๊ะให้กลายเป็นพรมนอกบ้าน ด้วยเทคนิคการใช้ water-based polyurethane สิ

hayestone.blogspot.com
hayestone.blogspot.com

ไม่ยาก และไม่แพงอีกด้วย ลองดูวิธีทำได้ที่นี่เลย
3.ถักโครเชต์เป็นพรมไว้ปูด้านนอกก็เก๋ไปอีกแบบนะ

aestheticoutburst.blogspot.com
aestheticoutburst.blogspot.com

ลองดูขั้นตอนการทำได้ที่นี่เลย สำหรับคนที่ชอบงานฝีมือ
4.นำลังไม้มาตั้ง เป็นที่นั่งแสนเก๋

sarahwidman.se
sarahwidman.se

ลังไม้เก่าๆ หากคุณหาได้ สามารถสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้ระเบียงของคุณได้ดี อาจจะทาเคลือบเพื่อกันฝน แค่นี้คุณก็จะได้ที่นั่งชมวิว อ่านหนังสือเก๋ๆ แล้วล่ะ
5.หรือจะใช้ลังไม้เป็นโต๊ะเล็กๆ วางของก็ทำได้

ninered.blogspot.ca
ninered.blogspot.ca

มาดูวิธีทำได้ที่นี่เลย
6.ทำม้านั่งไม่เหมือนใคร ด้วยอิฐบล็อกทรงนี้กับไม้

fabeveryday.com
fabeveryday.com

หากคุณชอบความเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร มาดูวิธีทำได้ที่นี่เลย
7.ถ้าม้านั่งนอกบ้านพื้นแข็งเกินไป ก็ทำเบาะรองนั่งสวยๆ แบบนี้สิ

froufrugal.com
froufrugal.com

8.ที่รองนั่งของเด็กๆ ก็ถักได้ง่ายๆ ด้วยการถักโครเชต์

pickles.no
pickles.no

9.ทำเก้าอี้ห้องลงมาจากเพดาน เป็นชิงช้าแบบนี้ก็สวยดีนะ

themerrythought.com
themerrythought.com

ลองมาดูขั้นตอนการทำเต็มๆ ได้ที่นี่เลย
10.หรือจะถักเปลเองก็ทำได้เช่นกัน

soyouthinkyourecrafty.com
soyouthinkyourecrafty.com

อาจจะหาซื้อก็ได้ หรือถ้าอยากลองทำเอง มาดูวิธีทำที่นี่เลย
11.เปลี่ยนให้สีเฟอร์นิเจอร์ซีดๆ ของคุณกลับมาสดได้ง่ายๆ

denisedesigned.com
denisedesigned.com

มาดูขั้นตอนการทำได้ที่นี่เลย
12.ขึงผ้าลายสวยๆ แบบนี้ เพื่อนบ้านก็ไม่เห็นแล้วล่ะ

ext.homedepot.com
ext.homedepot.com

หากคุณต้องการเวลาพักผ่อนเป็นส่วนตัวจริงๆ เทคนิคนี้ง่ายนิดเดียว ลองดูที่นี่เลย
13.แขวนกระถางสมุนไพร หรือดอกไม้แบบนี้ ก็บังตาได้เช่นกัน

thehorticult.com
thehorticult.com

14.ตกแต่งผนังด้วยสวยแนวตั้งจาก ammo can แบบนี้

thehorticult.com
thehorticult.com

15.กระป๋องซุปมาทาสี ก็เป็นกระถางสมุนไพรได้ง่ายๆ แบบนี้

upcycledstuff.blogspot.com
upcycledstuff.blogspot.com

ใครอยากลองทำมาดูวิธีที่นี่เลย
16.อิฐบล็อกเอามาทาสีก็เก๋อยู่นะ ลองดูสิ

modernlywed.com
modernlywed.com

นี่คือวิธีทำ ไปดูกันเลย!
17.เอาอิฐบล็อกมารองกระถางต้นไม้แบบนี้ก็ได้

Carissa & Andrew Gallo for Freunde von Freunden / freundevonfreunden.com
Carissa & Andrew Gallo for Freunde von Freunden / freundevonfreunden.com

สิ่งที่คุณต้องทำมีแค่วางอิฐบล็อกเรียงขึ้นไป วางแผ่นไม้ วางกระถาง จบ!
18.ยกกระถางให้สูงขึ้นด้วยเทคนิคนี้

4men1lady.com
4men1lady.com

เรามาดูขั้นตอนการทำกันเลย
19.ทำช่องในโต๊ะกลางของคุณให้ปลูกต้นไม้ได้!

abeautifulmess.com
abeautifulmess.com

มาดูขั้นตอนอย่างละเอียดกันเลยที่นี่
20.บ้านเรือนกระจกไซส์น่ารักๆ แบบนี้ก็เก๋นะ

hasselforsgarden.se / Via gardenista.com
hasselforsgarden.se / Via gardenista.com

ลองมาดูแบบบ้านเรือนกระจกกันเลย
21.ทาสีก้อนหินเป็นต้นกระบองเพชร ก็ทำได้นะ แถมไม่ต้องดูแลอีกด้วย

craftberrybush.com
craftberrybush.com

22.นำไวนิลมาทำเป็นหมอนไว้นอกบ้าน ทนน้ำ ทนแดด

twoityourself.com
twoityourself.com

ลองดูขั้นตอนการทำได้ที่นี่เลย
23.เสื่อรองจานสองอัน ก็ทำหมอนได้ง่ายๆ นะรู้ป่าว

domesticimperfection.com
domesticimperfection.com

24.ทำโคมไฟสายเรียงจากลูกปิงปอง

thesurznickcommonroom.com
thesurznickcommonroom.com

25.กันยุงได้ง่ายๆ กับโคมไฟจากขวดไวน์ใส่ citronella หรือพวกน้ำมันจากตะไคร้หอม

armchairsommelier.wordpress.com
armchairsommelier.wordpress.com

แค่อย่าทำแตกก็พอ มาดูวิธีทำได้ที่นี่เลย
26.ทำให้สวยขึ้นไปอีกถ้าฟังโคมไฟในข้อที่แล้ว ในหินหรือทราย

buildipedia.com
buildipedia.com

แถมยากที่คุณจะเผลอเตะจนแตกอีกด้วย
27.ถ้าชอบไอเดียเกี่ยวกับไฟ คุณลองทำคบเพลิงเล็กๆ ด้วยกระป๋อง และกระถามต้นไม้แบบนี้สิ

theblueeyeddove.com
theblueeyeddove.com

28.หากเป็นชามคอนกรีตแบบนี้ กองไฟของคุณยิ่งสวยเลยล่ะ

manmadediy.com
manmadediy.com

แถมให้ความอบอุ่นกับคุณได้ด้วยนะ มาดูขั้นตอนการทำกันเลย
29.หากคุณยังชอบเทียนมากกว่า ลองหาแชนเดอร์เลียสวยๆ มาใส่เทียนสิ

tinysidekick.com

ได้บรรยากาศสุดๆ เลยล่ะ
30.หรือจะแขวน mason jar เอาเทียนใส่ไปแบบนี้ ก็สวยไปอีกแบบ

orchardgirls.blogspot.ca
orchardgirls.blogspot.ca

เรามาดูวิธีทำไปพร้อมๆ กันเลย!
31.โคมไฟแบบนี้ก็สวยนะ บ้านคุณจะไม่เหมือนใครลยล่ะ

allthingsheartandhome.com
allthingsheartandhome.com

คราวนี้ก็ได้เวลาฟินที่ โซนนอกบ้าน ของคุณ กับชาเย็นๆ สูตรของคุณกันแล้วล่ะ!


และถ้าคุณอยากได้สูตรแบบในภาพ มาดูสูตรได้ที่นี่เลย
Cr : kiitdoo.com ,  Viralnova 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 livingclick ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ The marketplace แหล่งรวมสินค้าและบริการในเว็บเดียว
 www.livingclick.com เว็บเดียวครบทั้งสินค้าและบริการ
 youtube.com/livingclick สาระควรรู้..ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ 
 Line:@livingclick รับโปรโมชั่น และคุยสด

วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2561

ติ่งเนื้อน่ารำคาญ กำจัดง่ายๆด้วยของในครัว

ขอบคุณ KIITDOO และ Tanya Chaudhary ที่นำวิธีกำจัดติ่งเนื้ออย่างง่ายๆ แต่ได้ผลมาแชร์กัน ดูเลยค่ะว่าทำยังไง


Getty
อันที่จริงแล้วติ่งเนื้อนั้นไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพียงแต่อาจทำให้เกิดความรำคาญจนหลายคนอยากจะเอามันออก วิดีโอนี้เป็นตัวอย่างการสาธิตการกำจัดติ่งเนื้อโดยใช้น้ำส้มสายชู เพียงแค่นำสำลีก้อนชุบน้ำส้มสายชู ทาบริเวณติ่งเนื้อวันละ 2-3 ครั้ง ติ่งเนื้อเหล่านั้นจะเข้มขึ้นและหลุดออกในที่สุด

Getty
หลายคนอาจเกรงว่าน้ำส้มสายชูจะเป็นอันตรายต่อผิวบริเวณติ่งเนื้อ จึงเลือกจะใช้การตัดเล็มติ่งเนื้อนั้นออกด้วยตัวเอง หรือใช้ไหมขัดฟันรัดติ่งเนื้อออกให้หลุด ซึ่งสามารถใช้ได้เช่นกัน แต่จงจำไว้ว่าติ่งเนื้อบริเวณดวงตานั้นห้ามไปกำจัดมันออกด้วยตัวเอง ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

Cr : kiitdoo.com ,  Reshareworthy , Tanya Chaudhary
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 livingclick ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ The marketplace แหล่งรวมสินค้าและบริการในเว็บเดียว
 www.livingclick.com เว็บเดียวครบทั้งสินค้าและบริการ
 youtube.com/livingclick สาระควรรู้..ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ 
 Line:@livingclick รับโปรโมชั่น และคุยสด

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

ก่อนและหลังตื่นนอน คนสำเร็จเขาทำอะไรกันบ้าง?

ไม่น่าประหลาดใจที่คนประสบความสำเร็จสร้างระเบียบชีวิตได้อย่างสมดุล ทั้งสุขภาพ ครอบครัว และการวางแผนงาน เป็นเรื่องง่ายๆ ทำแล้วมีความสุขด้วย


ขอบคุณ The Matter ที่รวบรวมกิจกรรม10 อย่าง ก่อนและหลังตื่นนอนที่คนสำเร็จเขาทำกัน ลองตามไปเผือกว่าเขาใช้ชีวิตกันยังไง น่าสนใจทีเดียว



ปรากฏว่าสิ่งที่เว็บไซต์ต่างๆ แนะนำให้ทำมากที่สุดก่อนนอนคือ ปิดอุปกรณ์ทุกอย่างเพื่อเข้าสู่โหมดออฟไลน์ และทำ To-Do List ของสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้น

เขาบอกว่าเตียงมีไว้สำหรับเซ็กซ์และการนอนหลับเท่านั้น การเอางานเข้าไปในห้องนอนจะทำให้เราสูญเสียการพักผ่อนอันมีค่า และเทคโนโลยีในห้องนอนก็อาจทำร้ายและทำลายทั้งสุขภาพและความสัมพันธ์

มีงานวิจัยบอกว่าแสงจากมือถือหรือแท็บเล็ต มีผลต่อการผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมนาฬิกาชีวภาพ ส่งผลให้วงจรการนอนของเราผิดปกติ แถมด้วยปัญหาเรื่องการมองเห็น มะเร็ง หรือโรคซึมเศร้าด้วย เพราะงั้นก็ควรสร้างเกราะป้องกันตัวเอง อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงก่อนนอน ออฟไลน์ซะนะ!

ส่วนการลิสต์สิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ เป็นเหมือนการเอาความคิดวุ่นๆ ออกจากสมอง ช่วยให้เราผ่อนคลายพร้อมนอนได้เต็มที่ รวมถึงเป็นการเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ด้วย นอกจากนั้น กิจกรรมที่แนะนำให้ทำก็จะเป็นไปเพื่อผ่อนคลาย

ล้มตัวลงนอน ..หลับฝันดีราตรีสวัสดิ์

สำหรับตอนเช้า อย่างฝรั่งว่า ‘The early bird gets the worm.’ การตื่นเช้าจึงเป็นสิ่งที่แนะนำให้ทำมากที่สุด และการวางแผนว่าจะจัดการ To-Do List ที่ทำไว้เมื่อคืนให้สำเร็จได้ยังไงก็เป็นเรื่องที่ต้องทำหลังล้างหน้าล้างตา

กิจกรรมที่แนะนำให้ทำตอนเช้าส่วนใหญ่ ก็จะเน้นอะไรที่ดีต่อสมอง ร่างกาย และจิตใจของตัวเอง อย่างการทำสมาธิ ออกกำลังกาย กินอาหารเช้าที่มีประโยชน์ อ่านข่าว และใช้เวลากับคนที่รัก และถ้าจะเริ่มต้นกับการทำงาน ก็ให้ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือยากที่สุดของวันก่อนเป็นอย่างแรก เพราะตื่นเช้ามายังมีพลังอยู่เต็มเปี่ยม ส่วนถ้าต้องเช็คหรือตอบอีเมล ก็ให้ทำได้ แต่อย่าเพิ่งหลุดไปในโซเชียลมีเดียล่ะ

นี่ก็เป็นลิสต์ที่บรรดาเว็บไซต์ต่างๆ แนะนำให้ทำ ใครอยากลองเอาลิสต์นี้ไปใช้ก็ไม่หวง ถึงอย่างนั้น แต่ละความสำเร็จและคนสำเร็จก็อาจจะมีวิธีที่ต่างกันออกไป อย่าง Barack Obama เริ่มวันใหม่ด้วยการออกกำลังกาย 45 นาที ขณะที่ Tim Ferriss ตื่นมานั่งสมาธิ 20 นาที ก่อนห้อยโหนร่างกายเพื่อยืดไขสันหลัง
ส่วน Warren Buffett เริ่มต้นวันด้วยการอ่าน แถมยังแนะนำว่าเราควรจะอ่านหนังสือ 500 หน้าต่อวันด้วย (โอ้โห!)

Cr : thematter.com , pixhere.com
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 livingclick ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ The marketplace แหล่งรวมสินค้าและบริการในเว็บเดียว
 www.livingclick.com เว็บเดียวครบทั้งสินค้าและบริการ
 youtube.com/livingclick สาระควรรู้..ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ 
 Line:@livingclick รับโปรโมชั่น และคุยสด

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

11สิ่งที่พ่อแม่เลี้ยงลูกประสบความสำเร็จมีเหมือนกัน

เลี้ยงลูกไม่ง่ายเลย ยิ่งเลี้ยงให้เขาเติบโตมาประสบความสำเร็จยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่ ขอบคุณ Big Sister ที่เรียบเรียง Science says parents of successful kids have these 11 things in common โดย Drake Baer และ Rachel Gillett หรือ วิทยาศาสตร์ได้บอกว่าบรรดาพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแล้วประสบความสำเร็จนั้นมี 11 ข้อนี้ที่เหมือนกัน คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ มือเก๋าลองเช็คดูค่ะ



1) สอนให้ลูกมีหน้าที่ในงานบ้าน
การสอนให้ทำงานบ้าน (เช่น ล้างจาน ทิ้งขยะ ตากผ้า เป็นต้น) ไม่ได้เพียงสอนให้พวกเค้ารู้จักงานบ้านการเรือน แต่ยังเป็นสอนให้เค้าทำเพื่อส่วนรวม ในกรณีนี้เพื่อให้บ้านสะอาดน่าอยู่สำหรับทุกคนในครอบครัว เด็กๆพวกนี้เมื่อโตไปแล้วจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ดี และยังเป็นผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยตัวเองได้เป็นอย่างดี อันนี้ Julie Lythcott-Haims ผู้เป็น Dean ของ Stanford University ได้กล่าวไว้ 
2) สอนให้ลูกรู้จักทักษะทางสังคม
ทักษะทางสังคมนี้ได้แก่ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ต้องถาม การเข้าใจผู้อื่น หรือการลองแก้ปัญหาด้วยตนเอง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Pennsylvania State ร่วมกับ มหาวิทยาลัย Duke พบว่าผู้ที่ตอนเด็กๆมีสกิลทางสังคมมักจะเรียนจบ College และมีงานทำภายในอายุ 25 ปีมากกว่าผู้ที่ไม่มี Social Skills นี้ ส่วนคนที่ไม่มีทักษะนี้มักจะมีโอกาสถูกตำรวจจับ ติดแอลกอฮอลล์ หรืออาศัยอยู่ใน Public Housing สูง
3) ตั้งความคาดหวังในตัวลูก
ข้อนี้ออาจจะฟังแล้วเหมือนลูกโดนกดดัน แต่จากการวิจัยของ UCLA พบว่าความคาดหวังของผู้ปกครองมีผลต่อความสำเร็จของตัวนักเรียนมากๆ เช่น หากพ่อแม่เองอยากให้ลูกได้มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิยาลัยแล้ว ตัวพ่อแม่เองก้อจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกได้มีโอกาสนั้นๆ ไม่ว่าจะรวยจนหรือสถานะชีวิตเป็นอย่างไรก็ตาม
4) มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสามีภรรยา
เป็นการพิสูจน์มาแล้วจากศาสตราจารย์ของ University of Illinois ว่าเด็กๆที่มาจากครอบครัวที่สมบูรณ์มักดำเนินชีวิตได้ดีกว่าเด็กๆที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก เพราะว่า การหย่าร้างของพ่อแม่นั้นนั้นมันมีอิทธิพลและส่งผลให้กับการปรับตัวและความเศร้าฝั่งใจต่างๆในเด็กๆ
5)  พ่อและแม่มีการศึกษา
จากการศึกษาของนักจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย Michigan ได้พบว่า คุณแม่ที่เรียนจบการศึกษามีแนวโน้มที่จะอยากให้ลูกๆเรียนจบสูงเหมือนกัน โดยทางตรงกันข้ามการวิจัยนี้พบว่าการเด็กๆมีคุณแม่เป็น Teen Mums (คือ แม่ที่อายุ 18 หรือต่ำกว่านั้น) เด็กๆเหล่านี้ก็มักมีแนวโน้มการเรียนไม่จบสูงเด็กๆอีกประเภทเช่นกัน
6) สอนให้ลูกรู้จักคณิตศาสตร์ตั้งแต่เนิ่นๆ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ตั้งแต่วัยแรกเริ่มเป็นการปูพื้นฐานในการต่อยอดการเรียนรู้และการอ่านเป็นอย่างมาก คณิตศาสตร์พื่นฐานนี้ได้แก่ การรู้จักตัวเลข การนับเลขเป็น หรือคอนเซปคณิตศาสตร์พื้นฐานอื่นๆ นักวิจัยจาก Northwestern University ได้กล่าวไว้
7) สร้างความสัมพันธ์ต่างๆกับลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ
การสร้างความสัมพันธ์ในที่นี้คือ การใส่ใจและพยายามตอบกลับสิ่งที่ลูกพยายามสื่อสารกับเราโดยทันที หรือที่เรียกกันว่า Sensitive caregiving  จะช่วยให้เด็กๆเริ่มเรียนรู้สมัยยังเป็นทารก จากการวิจัยของ Dr.Lee Raby พบว่าเด็กๆที่ได้รับ Sensitive Caregiving ตอนอายุ 1 ถึง 3 ปีนั้น นอกจากจะมีผลการเรียนที่ดีกว่าเด็กอื่นๆ พอโ ตแล้วยังเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ดีอีกด้วย
8) เครียดน้อย
มีการวิจัยที่ The Washington Post เลือกมาเขียนบทความ บอกไว้ว่า เวลาที่คุณแม่ใช้กับลูกน้อยตอนอายุ 3 ถึง 11 ปีจะมีผลต่อพฤติกรรมเด็ก การกินอยู่ของเด็ก และการประสบความสำเร็จของเด็กๆ บอกไว้ว่าการที่คุณแม่เครียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเครียดเรื่องหาเวลาให้กับครอบครัวมักส่งผลความเครียด ความเหนื่อยล้าต่อมาให้เด็กๆเมื่อเด็กๆได้รับรู้ เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่เวลาเลี้ยงเด็กๆแล้วจง Happy เข้าไว้
9) ส่งเสริมให้ลูก “พยายาม” มากกว่าการยั้งลูกไว้ไม่ไห้ล้ม
จากที่ Carol Dweck นักจิตวิทยาจาก Stanford University กล่าวไว้ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กมองความสำเร็จได้ใน 2 ทิศทาง อย่างแรกผู้ที่มี Fixed Mindset จะมองเห็นถึงความสำเร็จว่ามันมาจากพรสววรค์หรือจากธรรมชาติของคนๆนั้น อีกอย่างคือ Growth Mindset คนที่คิดแบบนี้มองเห็นความสำเร็จมาจากการพยายามแล้วพยายามอีก ล้มแล้วลุกขึ้นมาอีกจนกว่าจะสำเร็จ ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ปลูกฝังลูกมักจะมีผลต่อการมองความสำเร็จของลูกเสมอ
10) มีหน้าที่การงาน
การที่พ่อแม่มีหน้าที่การงานนั้นถือว่าเป็นแบบอย่างหรือ Role Model ที่ดีให้กับลูกๆ  การวิจัยของ Havard University ได้พบว่าลูกของ Working mums มักจะศึกษาในโรงเรียนนานกว่า ได้งานขั้นสูงกว่าและยังมีรายได้สูงกว่าผู้อื่นที่ได้รับการเลี้ยงดูจาก Stay-at-home mums
11) มีฐานะทางสังคม
อันนี้เศร้าแต่จริงว่าเด็กๆที่คุณพ่อคุณแม่มีฐานะทางสังคมสูงกว่าเด็กๆคนอื่น เด็กเหล่านี้มักจะประสบความสำเร็จสูงกว่า เนื่องจากมีใบเบิกทางจากคุณพ่อคุณแม่ที่ฐานะดีและสามารถส่งลูกให้เข้ารับการศึกษาดีๆและสามารถเปิดทางให้เด็กๆเหล่านี้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพมากว่าเด็กคนอื่นๆที่มาจากฐานะทางสังคมไม่สูง
Cr : australianbigsister.com ,  Business Inside
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 livingclick ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ The marketplace แหล่งรวมสินค้าและบริการในเว็บเดียว
 www.livingclick.com เว็บเดียวครบทั้งสินค้าและบริการ
 youtube.com/livingclick สาระควรรู้..ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ 
 Line:@livingclick รับโปรโมชั่น และคุยสด

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

ทักษะสำคัญที่ควรมีในศตรรตที่ 21

อย่าคิดว่าศตวรรษที่ 21 อยู่ยาก เพียงพัฒนา 4C’s (Creativity, Critical Thinking, Communication และ Collaboration) เราก็อยู่กับยุคสมัยแห่งความก้าวหน้าได้อย่างมีความสุข ทักษะทั้ง 4 อย่างนี้ฝึกไม่ยากเลย ลงมือกันเถอะ


1) Creativity (การมีความคิดสร้างสรรค์-แหวกแนว)

คนเราทุกคนต่างมีความเป็นตัวของตัวเอง มีความสามารถด้านต่างๆไม่เหมือนกัน ความคิดความอ่านต่างกัน ดังนั้นความคิดสร้างสรรค์หรือความเป็นตัวของเองนั้นที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการไขปัญหาต่างๆ หรือการคิดค้นสิ่งต่างๆเพื่อให้ได้ผลออกมาดีที่สุด จึงเป็นอีก Skill ที่โลกของเราต้องการ สกิลนี้ฝึกได้โดยการลองอะไรใหม่ๆหรือคิดค้นอะไรใหม่

2) Critical thinking (การคิดไต่ตรองอย่างมีเหตุผล)

ในสมัยนี้ผู้คนรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อๆหลายแหล่งโดยเฉพาะอินเตอร์เนต ข่าวสารเหล่านี้จริงบ้างไม่จริงบ้าง จึงเป็นการสำคัญที่ไตร่ตรองสิ่งที่เราอ่าน ฟัง ดูอย่างมีวิจารณญานก่อนที่จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไรต่อ สกิลนี้ฝึกง่ายๆเลย จากที่องค์กร Critical Thinking Asylum บอกไว้ว่าเมื่อเราอ่าน ฟัง ดูข่าวสารอะไรก้อต่างให้ดูว่า:
  • Who – ใครเป็นคนพูด เค้ามีหลักแหล่งหรือไม่ เป็นคนที่น่าเชื่อถือหรือไม่
  • What – เค้าพูดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของเค้า
  • When – ข้อมูลเหล่านี้มันของเมื่อไหร่ เก่าเกินไปหรือเปล่า
  • Where – เค้าพูดในสถานสาธารณะหรือส่วนตัว เค้าเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ชี้แจงหรือไม่
  • Why – ทำไมเข้าถึงพูดเช่นนั้น เค้าได้ให้เหตุผลหรือเปล่า หรือเค้าเพียงพูดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดูดี/ดูแย่
  • How – โทนการสื่อสารเค้าเป็นอย่างไร ดีใจ เสียใจ หรือไม่แคร์

3) Communication (การสื่อสาร)

ในสมัยนี้มันไม่ได้สำคัญเพียงการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทางการพูดจาเท่านั้น แต่มันรวมไปถึงการสื่อสารอย่างมีประสิทธภาพทางคำพูด ทางรูปภาพ ทางวีดีโอและสื่อต่างๆด้วย รวมถึงเราจะต้องรับผิดชอบในข้อมูลที่เราสื่อสารออกไปด้วย การฝึกให้เราเป็นคนที่สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพทำได้ง่ายๆโดยการหมั่นฝึกแชร์ความคิดเห็น ไอเดีย และถามคำถามบ่อยๆให้กันและกัน เราจึงจะมีมุมมองหลายด้านเพื่อจะได้สื่อสารออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ

4) Collaboration (การร่วมมือช่วยกัน)

โลกของเราขณะนี้มีกระบวนการต่างๆที่ละเอียดอ่อนมาก มีกลุ่มคนหรือองค์กรทั่งใหญ่และและที่แยกส่วนกันเป็นกลุ่มๆ ดังนั้นโลกของเราจึงต้องการบุคคลที่มีสกิลด้าน Collaboration เพราะคนเหล่านี้จะทำงานช่วยเหลือจุนเจือกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ส่วนรวมตั้งไว้ Collaboration ก้อฝึกไม่ยากเช่นเดียวกัน เพียงแค่ฝึกทำงานกับกลุ่มต่างๆ (หรือแม้แต่งานกลุ่มที่มหาวิทยาลัย, องค์กรอาสาสมัครต่างๆ เป็นต้น) เพื่อใช้ความสามารถเราที่มีให้กับส่วนรวมเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นๆ
Cr : australianbigsister.com ,  Partnership for 21st Century Learning
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 livingclick ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ The marketplace แหล่งรวมสินค้าและบริการในเว็บเดียว
 www.livingclick.com เว็บเดียวครบทั้งสินค้าและบริการ
 youtube.com/livingclick สาระควรรู้..ครบเครื่องเรื่องเป็นอยู่ 
 Line:@livingclick รับโปรโมชั่น และคุยสด